วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ในภาวะที่บ้านเมืองของเราเต็มไปด้วยปัญหามากมายหลายด้าน ทั้งปัญหาส่วนตัวและปัญหาสังคม มีการแข่งขันกันในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา หน้าที่การงาน แต่น้อยนักที่จะมีการแข่งขันกันในเรื่องของการทำความดี

ความดี หมายถึง การกระทำ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ความดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ต่างอยากจะได้ความดีกันทุกคน เพราะความดีย่อมก่อให้เกิดผลดีต่อคนที่ทำความดี

ความดี เป็นสิ่งที่ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ยาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ทำว่ามีความใส่ใจ สนใจในการทำความดีมากน้อยขนาดไหน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ความดีอันคนดีทำได้ง่าย ความดีอันคนชั่วทำได้ยาก ดังนั้น ความดีจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายสำหรับคนดี แต่เป็นเรื่องยากที่จะทำสำหรับคนชั่ว แต่ในทางกลับกัน ความชั่ว เป็นสิ่งที่คนชั่วกระทำชั่วได้ง่ายดาย แต่คนดีนั้นไซร้จะทำชั่วได้ยากยิ่งแท้ ดั่งพระพุทธภาษิตที่ว่า ความชั่วอันคนชั่วทำได้ง่าย ความชั่วอันคนดีทำได้ยาก

ความดีนั้น ถ้าแบ่งตามลักษณะการทำ มีอยู่ 3 ทางด้วยกัน คือ ทำดีทางใจ ทำดีทางวาจา และทำดีทางกาย

1.ทำ ดีทางใจ หมายถึง การที่เรามีความคิดที่ดีมีเมตตา ปรารถนาดีต่อคนอื่น ไม่คิดความพยาบาท ไม่คิดโลภอยากได้ของคนอื่น เอาใจเป็นที่ตั้ง คิดแต่สิ่งดีๆ มองโลกในแง่ดีเสมอ และถ้าใจดี ถ้าคิดดี แล้วก็จะทำให้มีวาจาดี ทำดีทางกายไปด้วย

2.ทำดีทางวาจา หมายถึง การพูดดีนั่นเอง คือ พูดจริง พูดสุภาพ พูดสร้างสามัคคี และพูดมีประโยชน์ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ

3.ทำดีทางกาย หมายถึง การช่วยเหลือคนอื่นด้วยแรงกายของเรา การไม่เอากำลังกายไปทำร้ายเบียดเบียนใคร การทำงานที่สุจริต เป็นต้น

ความ ดีทั้ง 3 ลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำให้มากๆ ทำให้บ่อยๆ เราทำความดีขณะใด เมื่อใด ด้วยกาย วาจา ใจ ชื่อว่าได้ทำดีในขณะนั้น เมื่อนั้น

เหตุดังนั้น การทำความดี ก็คือการสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่คนอื่นๆ ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ถ้าอยากได้ดีก็ต้องทำความดี ไม่ต้องรอหรือเกรงใจ เพราะความดีย่อมก่อให้เกิดผลดีต่อคนที่ทำความดี คือมีความสุข ความชั่วย่อมก่อให้เกิดผลชั่วต่อคนที่ทำความชั่วคือทุกข์กายทุกข์ใจ..

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น